[{"data":1,"prerenderedAt":-1},["ShallowReactive",2],{"\u002Fstats":3,"article-โรคปากแหว่งเพดานโหว่-370":13},{"hospitals":4,"activeHospitals":5,"dataYears":6,"articles":7,"articleReads":8,"articleReadsAvg":9,"packages":10,"bloodUnits":11,"bloodHospitals":12},202,20,10,413,6210221,15037,13,3,1,{"kind":14,"article":15},"ok",{"slug":16,"topic":17,"excerpt":18,"coverImage":19,"viewCount":20,"voteCount":21,"publishedAt":22,"hospitalName":23,"hospitalLogo":24,"hospitalSlug":25,"categories":26,"petTypes":27,"keywords":30,"blocks":31,"related":43},"โรคปากแหว่งเพดานโหว่-370","โรคปากแหว่งเพดานโหว่","โรคปากแหว่งเพดานโหว่ คือ การมีรูเปิด เชื่อมระหว่างช่องปากและจมูก เกิดขึ้นจากการที่เนื้อเยื้อที่ควรเจริญขึ้นมากั้นระหว่างช่องปากและจมูกไม่เจริญเติบโต ซึ่งถือเป็นความพิการแต่กำเนิด แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1. แบบปฐมภูมิ คือบริเวณริมผีปากแหว่ง (primary cleft palate) 2. แบบทุติยภูมิ (secondary cleft palate","itaam\u002Farticle\u002F20180411-134126-20180411-134126-870e254b-bb7c-4612-b9c7-e516074cbac0.jpg",23461,0,"2018-04-10","โรงพยาบาลสัตว์ปาริชาต สุวินทวงศ์","hospital\u002Flogo_โรงพยาบาลสตวปารชาต_สวนทวงศ_2021-03-18_152221.495766..png","h-253",[],[28,29],"สุนัข","แมว",[],[32,34,37,39,41],{"type":33,"content":17},"heading",{"type":35,"content":36},"text","โรคปากแหว่งเพดานโหว่ คือ การมีรูเปิด เชื่อมระหว่างช่องปากและจมูก เกิดขึ้นจากการที่เนื้อเยื้อที่ควรเจริญขึ้นมากั้นระหว่างช่องปากและจมูกไม่เจริญเติบโต ซึ่งถือเป็นความพิการแต่กำเนิด แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1. แบบปฐมภูมิ คือบริเวณริมผีปากแหว่ง (primary cleft palate) 2. แบบทุติยภูมิ (secondary cleft palate) เริ่มแหว่งตั้งแต่บริเวณเพดานปาก โดยอาจยาวตลอดไปจนถึง เพดานอ่อน และเพดานแข็งได้\n\n                สุนัขและแมวพันธุ์แท้ มีโอกาสพบโรคนี้มากกว่าพันธุ์ผสม และพบมากที่สุดในพันธุ์หน้าสั้น โดยพันธุ์ที่มีโอกาสพบได้มาก ได้แต่\n                - Boston terrier\n                - Pekingese\n                - Bulldogs\n                - Miniature schnauzers\n                - Beagle\n                - Cocker spaniels\n                - Dachshunds\n                - Siamese cats\n\n                 โดยสาเหตุหลักเกิดจาก กรรมพันธุ์ แต่การขาดสารอาหาร ติดเชื้อไวรัส และการได้รับสารพิษ ในระหว่างตั้งครรภ์ อาจเป็นสาเหตุโน้มนำให้เกิดโรคได้เช่นกัน",{"type":38,"content":19},"image",{"type":35,"content":40},"อาการ\nPrimary cleft palate จะสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า เนื่องจากรอยโรคมองเห็นได้จากภายนอก\n                - รูจมูกผิดรูป\n                - สามารถเห็นเหงือก และ ฟันบนได้จากภายนอก\n\nSecondary cleft palate รอยโรคจะอยู่ภายในช่องปาก\n                - จาม มีเสียงดังออกทางจมูก เพราะอาหารและน้ำลาย ผ่านเข้าไปในจมูก\n                - มีน้ำมูกไหลหลังกินอาหาร ขณะก่อน หรือหลังกินนม และจะไหลต่อเนื่องถ้าหากมีการติดเชื้อร่วมด้วย\n                - ไอ และ ขาก เมื่อดื่มน้ำ\n                - เจริญเติบโตช้า เนื่องจากมีปัญหาในการกินอาหาร\n                - มีปัญหาในเรื่องการหายใจ และการทำกิจกรรมต่างๆ เนื่องจาก มีของเหลว หรือการติดเชื้อในจมูก\n\n \n\nการวินิจฉัย\n                การเปิดปากตรวจทั่วไปสามารถเห็น บริเวณ ริมฝีปาก และ เพดานแข็งที่แหว่งได้ แต่อาจต้องวางยาสลบหากต้องการตรวจบริเวณเพดานอ่อน เนื่องจากอยู่ลึกลงในช่องปาก\n                การถ่ายภาพรังสี (X-ray) เพื่อตรวจภาวะปอดติดเชื้อ (aspiration pneumonia) ที่มักเกิดจากการสำลักนมและอาหาร\n\n \n\nการรักษา\n                กรณี primary cleft palate ขนาดเล็กมักไม่ก่อให้เกิดปัญหาแต่เจ้าของสัตว์มักจะ ให้ทำการผ่าตัดแก้ไข จากเหตุผลในเรื่องความสวยงาม\n\n                กรณี secondary cleft palate ต้องทำการผ่าตัด เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ภาวะปอดติดเชื้อ (aspiration pneumonia)  และช่วยให้สัตว์สามารถกินอาหารได้อย่างปกติ การผ่าตัดมีหลายเทคนิค โดยทั่วไปจะเป็นการทำ flap หรือดึงเนื้อเยื่อด้านข้างมาปิดรูที่เพดานแข็ง หรือเพดานอ่อน \n                อย่างไรก็ตามการผ่าตัดอาจทำในยากในกรณีสัตว์ที่อายุน้อยมาก และช่องเปิดอาจมีขนาดเล็กลงบ้างเมื่อสัตว์โตขึ้น โดยทั่วไปจึงอาจให้วิธีการสอดท่อให้อาหาร จนอายุ 3-4 เดือนค่อยทำการผ่าตัด เจ้าของอาจเรียนรู้วิธีการสอดท่อให้อาหารในแต่ละมื้อ หรืออาจให้สัตวแพทย์ ทำการสอดท่อให้อาหารค้างไว้ ผ่านทางด้านข้างของคอ เพื่อที่จะป้อนอาหารเหลวได้ง่าย\n                นอกจากนี้ มีการใช้เพดานปากเทียม (Prosthesis) แบบถาวร หรือชั่วคราว ทำจากวัสดุ เช่น metal alloy หรือ เรซิ่น (Resin)ในการช่วยปิดรูที่มีขนาดกว้างที่ไม่สามารถใช้เนื้อเยื่อรอบข้างเย็บปิดได้ โดยต้องทำการวางยาสลบ 2 ครั้ง ครั้งแรก เพื่อทำการพิมพ์แบบ เพื่อหล่อแบบทำแผ่นปิดที่เหมาะสมกับตัวสัตว์ และอีกครั้งเพื่อทำการผ่าตัดใส่แผ่นปิดรู ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย จากการใช้เพดานปากเทียม คือ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ดังนั้นจึงควรทำการตรวจ แผ่นปิดรู ทุก 6-12 เดือน โดยต้องทำการวางยาสลบ นำแผ่นออกมาทำความสะอาดและใส่กลับที่เดิม",{"type":35,"content":42},"การดูแลหลังรักษา\n                เนื่องจากเป็นการผ่าตัดในสัตว์อายุน้อย มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ และ น้ำหนักน้อยผิดปกติ ทำให้การวางยาสลบและการผ่าตัด มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในบางกรณี หลังจากการผ่าตัด อาจพบเพดานอ่อนบวม ทำให้หายใจลำบาก และมีเสียงกรนได้ ซึ่งมักจะหายได้เอง\n\nการดูหลังการผ่าตัด ได้แก่ \n                - สัตว์ต้องได้รับยาต้านจุลชีพต่อเนื่อง ในกรณีที่มีภาวะปอดบวม หรือติดเชื้อในช่องจมูกร่วมด้วย\n                - ควรใส่ปลอกคอกันเลีย (Elizabeth collar) ไว้ 1-2 สัปดาห์เพื่อป้องกันแผล\n                - ให้อาหารอ่อน หรืออาหารบดเหลว ทางปาก หรือ ทางท่อให้อาหาร 2-4 สัปดาห์ หลังผ่าตัด\n                - ห้ามให้อาหารแข็ง และแทะของเล่น เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน\n\n \n\nภาวะแทรกซ้อน\n                - แผลผ่าตัดไม่เชื่อมติดกัน หรือ แผลแตก เนื่องจาก สัตว์ทำการเกาบริเวณหน้า หรือแรงตึงของแผลมากเกินไป มักเกิดขึ้น 3-5 วันหลังผ่าตัด\n                - มีน้ำมูก และจาม\n                - ยังคงมีอาการไอ และ ขาก เนื่องจาก เพดานอ่อนสั้น\n\n \n\nการพยากรณ์โรค \n                อยู่ในเกณฑ์ ดีเยี่ยมในกรณีที่รูแหว่งมีขนาดเล็ก หากรอยโรคมีขนาดยาวเกินครึ่งนึงของเพดานแข็ง การผ่าตัดจะทำได้ยากขึ้น และมักมีภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า ส่วนรอยโรคที่มีขนาดใหญ่มาก อาจต้องให้เครื่องมือ และอุปกรณ์พิเศษในการผ่าตัด\n\n                สัตว์ที่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ไม่ควรใช้เป็นพ่อแม่ พันธุ์ต่อ รวมถึงพ่อแม่ของสัตว์ตัวนั้นด้วย หากเป็นพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค\n\n                \n\nเรียบเรียงโดย \n\nน.สพ. พิทวัส ตันสกุล\n\nอ.น.สพ. วรรณสิทธิ์ จันทรวงศ์ อว.สพ. ศัลยศาสตร์\n\n \n\n\"ธนาคารเลือด ดมยาสลบและผ่าตัดโดยสัตวแพทย์เฉพาะทาง\"\nศูนย์ศัลยกรรมสัตว์เลี้ยงกรุงเทพตะวันออก\nโรงพยาบาลสัตว์ปาริชาต สุวินทวงศ์\n\n#ธนาคารเลือดสุนัข #ธนาคารเลือดแมว #ธนาคารเลือด #ดมยาสลบ#วิสัญญี #ศัลยกรรม #ศัลยกรรมครบวงจร #ผ่าตัด #สัตวแพทย์เฉพาะทาง#โรงพยาบาลสัตว์ #โรงพยาบาลสัตว์ปาริชาต #สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ#สุวรรณภูมิ #มีนบุรี #หนองจอก #ลาดกระบัง #ฉะเชิงเทรา #ชลบุรี#นครนายก #ปราจีนบุรี #สระแก้ว\n\nเปิดให้บริการทุกวัน-เวลา 09:00-20:00 น.\nตั้งอยู่ : 91 ถนน คุ้มเกล้า แขวง แสนแสบ เขต มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510\nสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-557-6608, 080-499-3265\nWebsite: http:\u002F\u002Fwww.psahospital.com\nLine: parichartsah\nInstagram: parichartsah\nGPS : 13.785278, 100.781278",[44,51,57,63],{"slug":45,"topic":46,"excerpt":47,"coverImage":48,"viewCount":49,"publishedAt":50,"hospitalName":23},"กระจกตาเป็นแผล-ulcerative-หรือcorneal-ulcer-379","กระจกตาเป็นแผล (ulcerative หรือcorneal ulcer)",null,"itaam\u002Farticle\u002F20180614-195548-20180614-195548-0276b02d-41cb-41dd-925a-c705e5043491.jpg",10736,"2018-06-14",{"slug":52,"topic":53,"excerpt":47,"coverImage":54,"viewCount":55,"publishedAt":56,"hospitalName":23},"การทำหมันสัตว์เพศผู้-neuter-375","การทำหมันสัตว์เพศผู้ (Neuter)","itaam\u002Farticle\u002F20180607-134947-20180607-134947-85e9f872-d984-4067-b365-6fff44050a19.jpg",20148,"2018-06-06",{"slug":58,"topic":59,"excerpt":47,"coverImage":60,"viewCount":61,"publishedAt":62,"hospitalName":23},"สะบ้าหลุด-ฉุดยังไงดี-357","สะบ้าหลุด ฉุดยังไงดี!?","itaam\u002Farticle\u002F20180614-171106-20180614-171106-942dd434-72fc-432f-986b-249546e5de2b.jpg",19790,"2017-12-16",{"slug":64,"topic":65,"excerpt":47,"coverImage":66,"viewCount":67,"publishedAt":68,"hospitalName":23},"ข้อศอกบวมelbow-hygroma-242","ข้อศอกบวม(Elbow Hygroma )","itaam\u002Farticle\u002F20180614-154247-20180614-154247-5faf7587-547e-411f-a8a8-8f4197982cbc.jpg",25798,"2016-09-20"]