[{"data":1,"prerenderedAt":-1},["ShallowReactive",2],{"\u002Fstats":3,"article-อาการหอบของสุนัข-384":13},{"hospitals":4,"activeHospitals":5,"dataYears":6,"articles":7,"articleReads":8,"articleReadsAvg":9,"packages":10,"bloodUnits":11,"bloodHospitals":12},202,20,10,413,6210221,15037,13,3,1,{"kind":14,"article":15},"ok",{"slug":16,"topic":17,"excerpt":18,"coverImage":19,"viewCount":20,"voteCount":21,"publishedAt":22,"hospitalName":23,"hospitalLogo":24,"hospitalSlug":25,"categories":26,"petTypes":29,"keywords":31,"blocks":38,"related":50},"อาการหอบของสุนัข-384","อาการหอบของสุนัข","อาการหอบของสุนัขสำคัญอย่างไรและทำไมต้อง….หอบ สุนัข “หอบ” อาจจะเป็นเรื่องปกติที่เราพบเห็นอยู่เป็นประจำ เพราะอาการหอบเป็นการระบายความร้อน ออกจากร่างกาย เนื่องจากผิวหนังสุนัขไม่มีรูขุมขนไว้ระบายความร้อนที่ออกมาทางเหงื่อเหมือนคน (สุนัขมีเหงื่อออกได้เฉพาะบริเวณง่ามเท้าเท่านั้น) อาการหอบที่พบโดยปกติเป็นกา","itaam\u002Farticle\u002F20180828-114936-20180828-114936-c2c26530-25b5-4e61-885b-820412677cc3.jpg",108674,0,"2018-08-27","โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน","","talingchan-animal-hospital",[27,28],"โรคหัวใจ และการดูแล","ทางเดินหายใจ",[30],"สุนัข",[17,32,33,34,35,36,37],"หมาหอบ","หมาหายใจลำบาก","หายใจแรง","หายใจเร็ว","หมากินน้ำมาก","หมาตัวร้อน",[39,41,44,46,48],{"type":40,"content":17},"heading",{"type":42,"content":43},"text","อาการหอบของสุนัขสำคัญอย่างไรและทำไมต้อง….หอบ\nสุนัข “หอบ” อาจจะเป็นเรื่องปกติที่เราพบเห็นอยู่เป็นประจำ เพราะอาการหอบเป็นการระบายความร้อน\nออกจากร่างกาย เนื่องจากผิวหนังสุนัขไม่มีรูขุมขนไว้ระบายความร้อนที่ออกมาทางเหงื่อเหมือนคน\n(สุนัขมีเหงื่อออกได้เฉพาะบริเวณง่ามเท้าเท่านั้น)  อาการหอบที่พบโดยปกติเป็นการหายใจแบบเร็วและตื้น\nมีน้ำไหลจากลิ้น ปาก และทางเดินหายใจส่วนต้น การระเหยของน้ำนี้จะช่วยลดอุณหภูมิ คลายความร้อน\nออกจากร่างกาย\n\nอัตราการหายใจปกติของสุนัข คือ 30-40 ครั้ง\u002F นาที แต่เมื่อสุนัขมีอาการหอบอัตราการหายใจ\nจะสามารถเพิ่มขึ้นได้เป็น 10 เท่าหรือ 300-400  ครั้ง \u002F นาที",{"type":45,"content":19},"image",{"type":42,"content":47},"ดังนั้น การหอบของสุนัขจึงแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ  การหอบแบบปกติ  และการหอบแบบผิดปกติ\n\n อาการหอบแบบปกติ จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสุนัขมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการตอบสนองทาง\nร่างกายตามธรรมชาติของสุนัข\n\n อาการหอบแบบผิดปกติ   มีได้หลายสาเหตุ ซึ่งอาจจะเกิดจากปัญหาทางกายภาพหรือปัญหาทาง\nอารมณ์ เจ้าของสุนัขต้องหมั่นสังเกตอาการหอบปกติของสุนัขและเปรียบเทียบกับอาการหอบที่เกิดขึ้น\nว่าแตกต่างไปจากปกติหรือไม่ เช่น เกิดอาการหอบในช่วงที่อากาศไม่ร้อน เสียงหายใจดังและรุนแรงกว่าเดิม\nสุนัขมีอาการพยายามในการหายใจมากขึ้น",{"type":42,"content":49},"สาเหตุของอาการหอบที่ผิดปกติ มีดังนี้\n1.ภาวะความร้อนสูง Heat Stroke\n\nในสภาวะแวดล้อมที่อากาศร้อน อุณหภูมิสูงขึ้น สุนัขเริ่มมีอาการหายใจแรงขึ้น และมีอาการอื่นร่วม\nเช่น กินน้ำมาก ตัวร้อน สีลิ้นและเหงือกเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม อัตราการเต้นของหัวใจและชีพจรเร็วขึ้น\nถ้าอุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 106 องศาฟาเรนไฮต์ เซลส์ในร่างกายจะเริ่มเสียหายและตาย เกิดภาวะ\nสมองบวม เกิดอาการชัก เกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงระบบทางเดินอาหาร เกิดแผลหลุมตามมาได้\nหากไม่ได้ดื่มน้ำหรือลดอุณหภูมิในร่างการลงให้ทัน  ภาวะขาดน้ำทำให้ไตเสียหายอย่างถาวร\nซึ่งอาการทั้งหมดเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที\n\n2.เกิดจากสายพันธุ์สุนัข\n\nสุนัขสายพันธุ์หน้าสั้น เช่น ปั๊ก บอสตันเทอร์เรีย บอคเซอร์ บลูด๊อก และเฟรนซ์บลูด๊อก สายพันธุ์เหล่านี้มี\nโอกาสที่จะเกิดอาการหอบมากกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ  เพราะโดยโครงสร้างของร่างกาย จะมีระบบ\nทางเดินหายใจส่วนต้นที่ไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ดีเท่าที่ควร จึงมีแนวโน้มจะเกิด\nภาวะ Heat Stroke ได้ง่าย  ดังนั้น สิ่งที่เจ้าของสุนัขต้องพึงระวังเมื่อเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์หน้าสั้นเหล่านี้\nคือ เมื่อต้องพาพวกเขาเดินทางไม่ว่าจะเป็นทางเครื่องบินหรือรถยนต์ ต้องหมั่นสังเกตอาการหายใจ\nหากผิดปกติต้องรีบแก้ไขอย่างทันท่วงที\n\n3.เกิดจากการเจ็บปวด\n\nเมื่อสุนัขรู้สึกตัวว่าไม่สบาย หรือรู้สึกเจ็บปวด สุนัขจะแสดงอาการให้เจ้าของทราบด้วยอาการหอบ เช่นในเวลา\nกลางคืนซึ่งเป็นเวลานอนปกติ หากสุนัขหายใจแรงมีอาการหอบ แสดงว่ามีภาวการณ์เจ็บปวดหรือไม่สบายเกิด\nขึ้นกับน้องหมาของเรา\n\n4.โรคหัวใจหรือปอด\n\nสุนัขที่เป็นโรคหัวใจ หัวใจจะสูบฉีดโลหิตไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆได้ไม่ดี ทำให้ปริมาณออกซิเจนลดลง\nสุนัขต้องหายใจถี่ขึ้น  อีกทั้งความสามารถในการบีบเลือดของหัวใจลดลงจึงมีผลต่อความดันในหลอดเลือด\nที่กลับเข้าสู่หัวใจ จึงเกิดภาวะน้ำคั่งในปอด ทำให้ปอดรับออกซิเจนได้ไม่เต็มที่ สุนัขจึงมีอาการหอบ\n\nสุนัขที่เป็นโรคหัวใจบางตัวอาจมีภาวะหายใจลำบาก หอบ เกิดจากมีน้ำสะสมในช่องอกและช่องท้อง\n\nนอกจากนี้ สุนัขที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม นอกจากจะมีอาการหอบแล้วยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่นความสามารถในการออกำลังกายลดลง เหนื่อยง่าย อัตราการหายใจเร็วขึ้น มีอาการไอ สุนัขบางตัวอาจพบอาการแบบเฉียบพลัน เช่น  อ่อนแรงและเป็นลม\n\n5.โรคคุชชิ่ง\n\nโรคที่เกิดจากต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลที่มากกว่าปกติ มีผลทำให้เกิดอาการหอบ ซึ่งโรคคุชชิ่งนี้ เราจะพบอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น กินน้ำมากผิดปกติ ปัสสาวะมาก  น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น (เนื่องจากเกิดการเผาผลาญที่ลดลง) ผิวหนังเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีเทาดำ และขนร่วง เป็นต้น\n\n6.ภาวะโลหิตจาง\n\nเมื่อสุนัขโลหิตจาง จำนวนเม็ดเลือดแดงจะลดลง ทำให้การขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกาย\nลดลง จะเกิดอาการอ่อนแรง ซึม ไม่อยากออกกำลังกาย สีเยื่อเมือกซีด  กินอาหารน้อยลง  อัตราการเต้นของหัวใจ\nเพิ่มขึ้น หายใจถี่ขึ้น อาจถึงขึ้นเป็นลมหมดสติ  และในกรณีที่สุนัขมีภาวะเสียเลือดภายในอวัยวะทางเดินอาหารจะพบอุจจาระเป็นสีดำ\n\n7.อัมพาตกล่องเสียง\n\nเป็นความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกอ่อนที่มีหน้าที่ในการปิดเปิดกล่องเสียง ของตัวสุนัข เมื่อมีความผิดปกติ\nเช่นนี้เกิดขึ้น การเปิด ปิดผิดเพี้ยนไม่เป็นจังหวะร่วมกับการหายใจ อากาศที่ผ่านเข้าออกถูกจำกัดและเกิดเสียงดัง\nเวลาหายใจจึงเกิดอาการหอบขึ้น\n\n8.ภาวะความเครียดและความกังวล\n\nสุนัขที่มีความเครียดหรือกังวลจากสิ่งแวดล้อมและปัจจัยต่างๆรอบตัว เช่น การกลัวเสียง เรียกอาการนี้ว่า Behavioral  Panting สุนัขจะแสดงพฤติกรรมว่าไม่ชอบ ไม่สบายตัว เช่น  ตัวย่อๆร้อง หอน แลบลิ้นบ่อยๆ ตัวสั่น หลบซ่อนตัว ซึ่งถ้ามีภาวะเครียดมาก ๆ อาจจะถึงอุจจาระ ปัสสาวะราดก็ได้\n\nอาการหอบของสุนัขสำคัญอย่างไรและทำไมต้อง….หอบ   สาเหตุของการหอบ 8 ข้อข้างต้น คงพอจะอธิบาย\nให้ท่านเจ้าของสุนัขได้เข้าใจเบื้องต้นถึงโรคต่างๆ ที่มากับอาการหอบ ซึ่งบางโรคสามารถรักษาให้หายขาดได้\nและสามารถรักษาชีวิตของสัตว์เลี้ยงของคุณได้ทันท่วงที  หากพามาพบสัตวแพทย์อย่างทันเวลา\n\nสพ.ญ.อรญา  ประพันธ์พจน์\nแผนกอายุรกรรม, แผนกศัลยกรรม, แผนกโรคหัวใจ\nโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน",[51,57,63,69],{"slug":52,"topic":53,"excerpt":54,"coverImage":55,"viewCount":56,"publishedAt":22,"hospitalName":23},"สัญญาณบ่งบอกโรคข้อสะโพกเสื่อมในสุนัข-383","สัญญาณบ่งบอกโรคข้อสะโพกเสื่อมในสุนัข",null,"itaam\u002Farticle\u002F20180828-113354-20180828-113354-8bf26daa-574f-4e70-81f4-d96a7f4d1434.jpg",11818,{"slug":58,"topic":59,"excerpt":54,"coverImage":60,"viewCount":61,"publishedAt":62,"hospitalName":23},"สัตวแพทย์ไทย-เปลี่ยนข้อสะโพกให้น้องหมาได้สำเร็จ-361","สัตวแพทย์ไทย เปลี่ยนข้อสะโพกให้น้องหมาได้สำเร็จ","itaam\u002Farticle\u002F20180122-160311-20180122-160311-1aacfd0c-6120-477c-a226-0720ddc91034.jpg",11174,"2018-01-22",{"slug":64,"topic":65,"excerpt":54,"coverImage":66,"viewCount":67,"publishedAt":68,"hospitalName":23},"สิทธิประโยชน์และคุณสมบัติน้องหมาน้องแมวที่บริจาคเลือดได้-266","สิทธิประโยชน์และคุณสมบัติน้องหมาน้องแมวที่บริจาคเลือดได้","itaam\u002Farticle\u002F20161116-082705-20161116-082705-31ff77b8-589d-49c6-be83-4823aba3fd71.jpg",11748,"2016-11-15",{"slug":70,"topic":71,"excerpt":54,"coverImage":72,"viewCount":73,"publishedAt":74,"hospitalName":23},"เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน-191","เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน","itaam\u002Farticle\u002F20160725-153739-20160725-153739-626edb4d-1fab-409c-a47c-a7d1ca7c4918.jpg",14269,"2016-07-25"]